สมัครสมาชิก JOKER GAMING วันนี้ รับโบนัสทันที 50% ตั้งแต่ครั้งแรกที่สมัคร รวมถึงโปรโมชั่นและกิจกรรมต่างๆมากมาย เราคือบริษัทแม่ JOKER356 การเงินมั่นคง ฝาก-ถอน ออโต้ ฉับไว ไม่ต้องส่งสลิป 3 วินาที มีพนักงานให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

หน้าหลัก บทความน่าสนใจ

MP3 ย่อมาจากอะไร ทำงานอย่างไร

615 views

MP3 ย่อมาจากอะไร ทำงานอย่างไร

MP3 ย่อมาจากอะไร ทำงานอย่างไร

MP3 เป็นวิธีการเข้ารหัสสัญญาณเสียงดิจิตัลที่เป็นที่นิยมแบบหนึ่ง ใช้วิธีการบีบอัดข้อมูลแบบมีการสูญเสียข้อมูลบางส่วนบางส่วน หรือ lossy ออกแบบมาเพื่อใช้ลดปริมาณข้อมูลเสียงให้เหลือเพียงเล็กน้อย (ส่วนมากจะได้ที่อัตรา 10 ต่อ 1) แต่ข้อมูลที่ลดลงมานี้ก็ยังให้คุณภาพเสียงที่ดีใกล้เคียงกับสัญญาณเสียงต้นฉบับโดยทดสอบกับผู้ฟังส่วนใหญ่ MP3 ย่อมาจากอะไร ทำงานอย่างไร ในการใช้งานส่วนใหญ่คำว่าMP3 จะเป็นกล่าวอ้างถึงแฟ้มที่ใช้เก็บเสียงหรือดนตรีในรูปแบบMP3 บนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่นMP3 joker gaming

เอ็มพีสาม หรือ เอ็มพีทรี

คำว่าMP3ได้มาจากคำว่า “MPEG-1 Audio Layer 3” หรือในคำที่เป็นทางการว่า JOKER GAMING “ISO/IEC 11172-3 Layer 3” อย่างไรก็ตามแฟ้มนามสกุล “.mp3” บางแฟ้มก็ใช้การเข้ารหัสแบบใหม่ที่มีชื่อว่า “MPEG-2 Audio Layer 3” หรือ “ISO/IEC 13818-3 Layer 3” jokergaming

MP3เป็นรูปแบบการบีบอัดข้อมูลแบบมีการสูญเสียข้อมูลบางส่วน ใช้แทนข้อมูลเสียงที่เข้ารหัสแบบ PCM ให้มีขนาดที่เล็กโดยตัดข้อมูลบางส่วนที่พิจารณาแล้วว่าระบบการได้ยินของมนุษย์เกือบจะไม่สามารถรับฟังได้ (แนวคิดนี้คล้ายกับการบีบอัดข้อมูลภาพแบบ JPEG) วิธีการต่างๆที่ช่วยให้สามารถตัดข้อมูลบางส่วนออกไปได้ได้ถูกนำมาใช้กับ MP3 รวมทั้ง psychoacoustics ข้อมูลเสียงแบบMP3 สามารถบีบอัดให้มีขนาดที่แตกต่าง หรือมี อัตราบิท ที่หลากหลายขึ้นกับขนาดของข้อมูลและคุณภาพเสียง JOKERGAMING

เป็นรูปแบบแฟ้มที่เป็นการบีบอัดข้อมูลแบบมีการสูญเสียข้อมูลบางส่วนออกมา เพื่อให้ปริมาณข้อมูลลดลง แต่ยังคงคุณภาพใกล้เคียงกับสัญญาณเสียงเดิม อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่เป็นเพียงเล็กน้อย และในการเข้ารหัสแบบMP3 เป็นการเข้ารหัสของเพลงเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้สามารถใช้เนื้อที่ได้มากขึ้น และสามารถรวบรวมแฟ้มเพลงหลายๆแฟ้มมารวมอยู่ในรูปของMP3 ทำให้ไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูล JOKER GAMING SLOT

ข้อดีของการเก็บแฟ้มในรูปแบบ MP3

เนื่องจากแฟ้มMP3 เป็นแฟ้มที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นจึงใช้พื้นที่ในการเก็บน้อย
โปรแกรมที่ใช้เล่นแฟ้มMP3 ก็เช่น โปรแกรม Windows Media Player และโปรแกรมนี้ก็จะมีมากับเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ไม่ต้องไปหา Download ใหม่ (แต่ต้องเป็น windows 98 ขึ้นไป) รวมไปถึง Winamp ซึ่งหา download ได้ทั่วไป

ตารางเปรียบเทียบคุณภาพเสียงของออดิโอไฟล์ชนิดต่างๆ

  • WAV – 1400kbps 10 jokergame
  • MP3 – 128kbps 10
  • ASF – 128kbps 9
  • RA – 96kbps 9
  • ASF – 64kbps 8
  • VQF – 80kbps 8
  • VQF – 96kbps 8
  • MP3 – 96kbps 8
  • ASF – 32kbps 7
  • RA – 45kbps 6
  • ASF – 20kbps 5
  • MP3 – 40kbps 4
  • RA – 34kbps 4
  • MP3 – 32kbps 3
  • VQF – 16kbps 2
  • RA – 21kbps 2
  • MP3 – 22kbps 2

Mp3 ทำงานได้อย่างไร

การปรากฏตัวของMp3เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดของวงการเพลง ต่างจากเครื่องมืออื่นๆ เช่น เทปหรือซีดี จุดมุ่งหมายของMp3ไม่ได้เริ่มต้นที่อุตสาหกรรมเพลงแต่เป็นกับในหมู่คนรักเพลงในอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก ซึ่งรูปแบบของMp3สำหรับเพลงแบบดิจิตอลมี JOKERGAME ผลกระทบต่อการสะสม การฟังและการจำหน่ายเพลงและจะมีผลกระทบต่อไปจนถึงอนาคต

ถ้าคุณเคยสงสัยว่าMp3นั้นทำงานอย่างไรหรือถ้าคุณเคยได้ยินเกี่ยวกับไฟล์Mp3และคิดถึงการเอาไปใช้เอง หัวข้อนี้มีไว้สำหรับคุณ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบของไฟล์Mp3และเทคนิคการดาวน์โหลด การฟัง และการบันทึกลงในแผ่นCD

รูปแบบของMp3

ถ้าคุณทราบการทำงานของCD คุณจะทราบเกี่ยวกับการที่CDสามารถเก็บเพลงได้อย่างไร CDเก็บเพลงไว้เป็นข้อมูลทางดิจิตอล ข้อมูลในCDใช้รูปแบบเต็มและมีประสิทธิภาพสูง
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราสร้างข้อมูลแผ่นCD EPICWIN SLOT

  • เพลงถูกเก็บเป็นตัวอย่าง 44100ครั้งต่อวินาที ตัวอย่างนั้นมีความยาว2ไบต์(16บิต)
  • ตัวอย่างที่ถูกแยกจะถูกส่งไปยังลำโพงซ้ายและขวาในระบบstereo

ดังนั้นCDแผ่นหนึ่งจะบรรจุข้อมูลไว้ในเพลงหลายบิตในแต่ละวินาที เมื่ออธิบายให้กระจ่างจะพบว่า 1.4ล้านบิตต่อวินาทีเท่ากับ176000ไบต์ต่อวินาที ถ้าเพลงธรรมดาๆซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมีความยาว3นาที ดังนั้นเพลงๆหนึ่งโดยเฉลี่ยในCDจะกินเนื้อที่ประมาณ32เมกะไบต์ซึ่งเป็นเนื้อที่ที่ใหญ่มากสำหรับเพลงๆหนึ่ง และจะใหญ่มากถ้าคุณโหลดด้วยโมเด็มขนาด56K ซึ่งจะใช้เวลาเกือบ2ชั่วโมงในการดาวน์โหลดเพลงๆเดียว

Mp3เป็นระบบที่ใช้สำหรับการย่อเพลง ซึ่งจะช่วยลดขนาดข้อมูลของเพลงโดยไม่ทำลายคุณภาพของเสียงเพลง เป้าหมายของMp3คือการย่อเพลงในCDด้วยองค์ประกอบของ10ถึง14 โดยที่ไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพของเสียงในCD ด้วยMp3 เพลงขนาด32เมกะไบต์ในCDจะถูกย่อจนเหลือประมาณ3เมกะไบต์ ซึ่งจะทำให้สามารถดาวน์โหลดเพลงได้ในเวลาแค่เป็นนาทีไม่ใช่ชั่วโมง ซึ่งจะสามารถเก็บเพลงในคอมพิวเตอร์ได้เป็นหลายร้อยเพลงโดยไม่กินเนื้อที่มากเท่าที่คุณคิด

จะเป็นไปได้ไหมที่จะย่อขนาดเพลงโดยที่ไม่ทำให้เสียคุณภาพของเพลง เราใช้ขั้นตอนวิธีในการย่อรูปภาพอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างก็คือ ไฟล์GIFเป็นไฟล์ภาพที่ถูกย่อ ไฟล์JPGก็เช่นเดียวกัน เราสร้างไฟล์Zipมาก็เพื่อย่อไฟล์ข้อมูล เราจึงคุ้นเคยกับระบบการย่อรูปภาพและไฟล์ข้อความ เพื่อที่จะได้ขั้นตอนในการย่อเพลงที่ดี เทคนิคที่เรียกว่า

การทำเสียงให้เป็นรูปเป็นร่างโดยสังเกตเห็นได้ง่ายจึงถูกคิดค้นขึ้นมา มันสังเกตเห็นได้ง่ายเป็นส่วนๆเพราะMp3ใช้ลักษณะพิเศษของหูมนุษย์ในการออกแบบขั้นตอนในการย่อ ยกตัวอย่างเช่น

  • มีเสียงบางเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน
  • มีเสียงบางเสียงที่มนุษย์ได้ยินได้ดีกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
  • ถ้ามีเสียง2เสียงเล่นพร้อมกัน เราจะได้ยินเสียงที่ดังกว่าแต่จะไม่ได้ยินเสียงที่เบากว่า

เมื่อใช้หลักการนี้ บางส่วนของเพลงจะถูกคัดออกโดยไม่ทำให้คุณภาพของเพลงเสียหายไปมากสำหรับคนฟัง แล้วย่อส่วนที่เหลือด้วยเทคนิคนี้ จะย่อเพลงส่วนมากโดยใช้ตัวประกอบของ10อย่างน้อย

การใช้ระบบMp3

การรู้เกี่ยวกับระบบMp3ไม่น่าสนใจเท่ากับครึ่งหนึ่งของการได้ใช้มัน การปรากฏตัวของMp3ซึ่งประกอบด้วยตัวโปรแกรมและความสามารถของเว็บในการโฆษณาและเผยแพร่ไฟล์Mp3ได้สร้างความแปลกใหม่หลายๆยอ่างแก่วงการเพลง

  • ทำให้ง่ายต่อการเผยแพร่เพลงโดยแทบจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย(หรืออาจจะฟรีด้วย)
  • ทำให้ง่ายต่อการค้นหาเพลงและเข้าถึงได้อย่างอัตโนมัติ
  • สอนวิธีที่น่าตกใจในการใช้เพลงในคอมพิวเตอร์
    อันที่3เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญแต่กลับเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนใหญ่ๆของการปรากฏตัวของMp3คือความจริงที่มันได้นำเครื่องมือที่สำคัญต่างๆมาสู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และให้เหตุผลในการเรียนวิธีการใช้แก่ผู้คนมากมาย เพราะเครื่องมือเหล่านี้ง่ายต่อการ
  • ดาวน์โหลดไฟล์Mp3จากเว็บไซต์และเล่นเพลงฟังได้
  • ดึงเพลงจากCDแล้วเล่นโดยตรงหรือจะเปลี่ยนให้เป็นMp3ก็ได้
  • บันทึกเพลงด้วยตัวเอง เปลี่ยนให้เป็นMp3 และเผยแพร่ไปทั่วโลก
  • เปลี่ยนไฟล์Mp3ให้เป็นไฟล์CDแล้วสร้างCDเพลงของตัวเองจากไฟล์Mp3ในเว็บ
  • ดึงเพลงออกจากCDหลายๆแผ่นแล้วเอามารวมกันใหม่ให้เป็นCDในแบบของเราเอง
  • บันทึกไฟล์Mp3ในCD
  • โหลดไฟล์Mp3ไว้ในเครื่องเล่นแบบพกพาและนำไปฟังทุกๆที่ที่คุณไป
    การที่จะทำในสิ่งที่มหัศจรรย์เหล่านี้ สิ่งที่คุณต้องมีคือคอมพิวเตอร์ที่ติดsound cardพร้อมกับลำโพง,อินเตอร์เน็ต,ไดรฟ์CDเพื่อจะสร้างCDและเครื่องเล่นMp3 ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว
    ลองดูในสิ่งหลายๆสิ่งที่คุณจะสามารถทำกับไฟล์Mp3และโปรแกรมที่ทำให้มันเป็นไปได้ได้

การดาวน์โหลดและการฟัง

ถ้าคุณต้องการดาวน์โหลดและฟังไฟล์Mp3บนคอมพิวเตอร์ สิ่งที่คุณต้องมีคือ
• คอมพิวเตอร์
• Sound cardและลำโพงสำหรับคอมพิวเตอร์ (ถ้าคอมพิวเตอร์มีของคุณมีลำโพง มันก็จะมี sound cardอยู่ด้วย)
• การเชื่อมต่อ internet
• Mp3 player (โปรแกรมประยุกต์ที่คุณสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บภายในแค่ 10 นาที)

ถ้าคุณเพิ่งจะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ มีโอกาสที่มันจะมีโปรแกรมที่สามารถเล่นMp3ได้ติดตั้งอยู่ภายในHard diskอยู่แล้ว วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะค้นหาถ้าคุณติดตั้งMp3 playerแล้วคือดาวน์โหลดMp3และคลิ้ก2ครั้ง ถ้ามันสามารถเล่นได้คุณก็แสดงว่าคุณติดตั้งมันแล้ว แต่ถ้าไม่ได้คุณก็ต้องดาวน์โหลด ซึ่งมันง่ายมากที่จะทำ

จริง ๆแล้วมีประมาณกว่า1000เว็บไซต์ที่คุณสามารถดาวโหลดMp3 ได้ ไปที่ 1 ในเว็บเหล่านั้น หาเพลงและดาวน์โหลดลงบนHard disk(เว็บMp3ส่วนมากจะให้คุณทั้งฟังในเว็บหรือจะดาวน์โหลดก็ได้ ซึ่งคุณก็คงต้องการดาวน์โหลดมันอยู่แล้ว)เพลงส่วนมากจะมีขนาดประมาณ2ถึง4เมกะไบต์ ดังนั้นมันจึงใช้เวลาประมาณ10ถึง15นาที และจะเร็วกว่าถ้าคุณมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เมื่อดาวน์โหลดเพลงเสร็จแล้ว ลองคลิ้ก2ครั้งที่ไฟล์เพื่อดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณเล่นมันได้ คุณก็พร้อมแล้ว

ชนิดไฟล์เสียงบอกอะไรเราได้บ้าง

Hi-Res/Hi-Def หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ฟังๆกันผ่าน Youtube หรือ แอพลิเคชั่นไม่ว่าจะเป็น Apple Music เอย หรือ แอพฯชื่อดังอย่าง Joox เองก็บอกว่าคุณภาพของเพลงนั้นอยู่ในระดับที่คมชัดมาก จริงๆแล้วมาตรฐานการวัดว่าชัดไม่ชัดอยู่ที่อะไร

LOSSY Audio

Lossy Audio คือไฟล์ที่มีการบีบอัดแล้วเสียข้อมูลไปบ้าง ยิ่งบีบอัดให้จำนวน Bitrate น้อยลงเท่าไหร่ คุณภาพเสียงก็จะลดทอนลงไปเท่านั้น เสียงเพลงจากที่ได้ยินรายละเอียดครบถ้วนก็อาจจะลดน้อยถอยลงไปตามลำดับครับ กลุ่มนี้จะค่อนข้างพบเห็นได้ทั่วไป ได้แก่ ไฟล์ประเภท MP3, AAC, OGG, WMA เป็นต้น

ไฟล์ MP3: ไฟล์เสียงที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน ชนิดที่ว่าไม่มีใครไม่รู้จักไฟล์นี้ MP3 เป็นไฟล์ที่ถูกบีบอัดข้อมูลทำให้ไฟล์ประเภทนี้มีขนาดเล็กลงมาก ลดลงประมาณ 10 เท่าเมื่อเทียบกับไฟล์ wave อีกทั้งยังให้คุณภาพเสียงที่ดีและรองรับได้หลายอุปกรณ์อีกด้วย ปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมาเป็น .mp4 ซึ่งมีขนาดเล็กลงอีก แต่ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น โดยยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

ไฟล์ WMA: ย่อมาจาก Windows Media Audio เป็นไฟล์เฉพาะของทางไมโครซอฟต์ ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับไฟล์ .mp3 เลยทีเดียว เนื่องจากมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันแต่มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่านั่นเอง ทั้งนี้ .wma ยังรองรับการ Streaming ผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย เนื่องจากขนาดไฟล์เล็ก ทำให้ผู้ใช้บริการโหลดค่อนข้างไว ถือว่าได้รับความนิยมในมุมของการเล่นเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตพอสมควร

ไฟล์ AAC: ถูกพัฒนามาจากไฟล์ประเภท MPEG-2 ซึ่งจุดเด่นของ .aac จะมีขนาดไฟล์ที่เล็กมาก อีกทั้งยังได้คุณภาพที่ดีสูงกว่า .mp3 อีกด้วย รองรับอัตราการเล่นไฟล์ที่สูงถึง 576 Kbps นอกจากนี้ยังสามารถแยกเสียงได้ถึงระบบ Dolby Digital 5.1 ด้วยเช่นกัน

ไฟล์ OGG: รูปแบบไฟล์เสียงใหม่ล่าสุด ย่อมาจาก Ogg Vorbis ที่ใช้เทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์แบบใหม่ มีขนาดเล็กกว่า .mp3 แต่ให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก รองรับ Steaming ผ่านอินเทอร์เน็ต อีกด้วย สามารถเข้ารหัสเสียงได้ตั้งแต่แบบ Mono, Stereo ไปจนถึง ระบบ 5.1 Surround Sound

LOSSLESS Audio

สำหรับ Lossless Audio แปลตามตรงก็หมายถึง ไฟล์ที่ปราศจากการสูญเสียนั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของไฟล์ประเภทนี้อยู่ที่คุณภาพของเสียงที่ค่อนข้างทัดเทียมกับแผ่น CD เลยก็ว่าได้ จะสังเกตได้ว่าขนาดของไฟล์ค่อนข้างใหญ่ กลุ่มนี้จะตามหากันยากหน่อย แต่หากพบไฟล์นามสกุลจำพวกนี้รับรองได้ในระดับหนึ่งเลยว่าเป็น Lossless แน่นอน ได้แก่ FLAC, M4A, Wav, Cda, THM, Aiff, APE, TTA, WavPack เป็นต้น

ไฟล์ FLAC: ย่อมาจาก Free Lossless Audio Codec เป็นรูปแบบการบันทึกเสียงชนิดหนึ่ง ที่ถือได้ว่าเป็นมาตรฐานการบีบอัดข้อมูล แบบไม่สูญเสียของไฟล์เสียงดิจิตอล โดยขั้นตอนวิธีของไฟล์ FLAC จะสามารถประหยัดพื้นที่ขึ้น 50-60% ของไฟล์ต้นฉบับ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบในกับไฟล์ประเภท LOSSY Audio จะพบว่า FLAC ที่เป็น LOSSLESS จะมีขนาดใหญ่กว่ามาก เช่นจากเดิมไฟล์ขนาด 5mb อาจเพิ่มเป็น 10mb ก็เป็นได้

ไฟล์ M4A: พัฒนามาจาก AAC เดิม ซึ่งผู้ผลิต .m4a คือบริษัท Apple นั่นเอง หลายๆคนที่เคยใช้ iTune จะคุ้นเคยกันดีกับไฟล์ประเภทนี้ เมื่อเทียบกับ .aac เดิมจะพบว่าคุณภาพการบีบอัดของ .m4a จะมีประสิทธิภาพมากกว่า อีกทั้งยังรองรับ Tagging Standard ซึ่งสามารถเก็บได้ทั้งชื่อเพลงและอัลบั้ม (สังเกตได้จากไฟล์ที่โหลดจาก iTune เป็นต้น โดยความสามารถนี้ไฟล์ .aac จะไม่รองรับ ถือเป็นอีกจุดเดนที่ Apple ได้พัฒนาขึ้นมาใช้เลยทีเดียว

ไฟล์ Wav: ถือเป็นไฟล์ Lossless ที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด สังเกตได้จากไฟล์ที่มีนามสกุล .wav จัดเป็นไฟล์เสียงมาตรฐานที่ใช้กับ Windows เป็นหลัก จุดเด่นของไฟล์ประเภทนี้ คือสามารถครอบคลุมความถี่เสียงได้ทั้งหมด ทำให้คุณภาพเสียงดีมากถึงมากที่สุด และยังให้เสียงในรูปแบบ Stereo ได้อีกด้วย แต่ข้อเสียคือไฟล์ .wav มีขนาดใหญ่ทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากเช่นกัน

ไฟล์ Cda: จริงๆแล้ว CDA ย่อมากจาก CD Audio เป็นไฟล์ที่อยู่ในแผ่น CD นั่นเอง ซึ่งถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิตอล เหมือนกับไฟล์ Wave แต่ถูกบรรจุไว้ในแผ่นซีดีเพลงด้วยรูปแบบพิเศษ มีขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ ถ้าลองซื้อแผ่นซีดีเพลงมาหนึ่งแผ่นจะพบว่ามีเพลงประมาณ 10-12 เพลง แต่เนื้อที่ซีดีถูกใช้จนเกือบหมด (500-800mb) แสดงให้เห็นว่าขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ ถูกบีบอัดชนิดที่ว่าไม่สูญเสียเลยก็ว่าได้ครับ แต่ข้อเสียคือไฟล์นี้จะถูกบรรจุในแผ่น CD ไม่สามารถนำลงเครื่องได้เหมือนไฟล์ทั่วๆไป ต้องใช้โปรแกรมพิเศษนั่นเอง

การพกพาไฟล์

คนส่วนมากที่เริ่มสะสม Mp3 จะพบว่าพวกเขาต้องการที่จะฟังมันในทุกๆที่ที่เขาไป เครื่องเล่นMp3แบบพกพาเป็นคำตอบที่คุณต้องการ เครื่องเล่นนี้สามารถพกพาได้เหมือนกับเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตทุกอย่าง เว้นเสียแต่ว่ามันเล็กกว่า เครื่องเล่นนี้สามารถเสียบเข้าไปใน parallel,FireWire หรือ USB portของคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อถ่ายข้อมูลและซอฟท์แวร์ประยุกต์จะทำให้คุณถ่ายไฟล์Mp3เข้าไปในเครื่องเล่นโดยเพียงแค่ลากไฟล์ใส่ สมัครJOKER

บทความที่น่าสนใจ>> ประวัติของสล็อตแมชชีน: ผู้คิดค้นสล็อตและเริ่มต้นเมื่อไหร่?

Last Update : 30 พฤศจิกายน 2020